ลั่นไม่เกินสัปดาห์สรุปผลสอบอดีตผู้การฯเลยโกงตำรวจ 229 ล้านบ. เล็งฟันทั้งวินัย-อาญา

เลย-รองบิ๊ก ตร.ภาค 4 ลงพื้นที่ติดตามปัญหาอดีตผู้การฯเมืองเลยเชิดเงินกู้ตำรวจหนีกว่า 229 ล้านบาท จนหนี้ท่วมหัวกันทั้งเมือง ลั่นไม่เกินหนึ่งสัปดาห์มีความชัดเจนข้อมูลที่จะเอาผิดทั้งวินัยและอาญาทั้งฝ่ายบริหารสหกรณ์ฯ และตัวอดีตนายตำรวจเจ้าของโครงการ “พล.ต.ต.สุทิพย์”ซึ่งขณะนี้นั่งทำงานอยู่ สตช.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้( 28 พ.ค.)ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ได้เดินทางมาตรวจสอบ กรณีมีข้าราชการตำรวจจังหวัดเลยเข้าร่วมโครงการบริหารหนี้ โดยให้ตำรวจนำเงินที่กู้มาไปลงทุนร่วมกับ พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช อดีต ผบก.ภ.จว.เลย ในฐานะประธานสหกรณ์ฯ ซึ่งมีการเสนอผลประโยชน์โดยตรงจาก พล.ต.ต.สุทิพย์ จะรับผิดชอบนำเงินที่กู้กับสหกรณ์และเอาเงินของสมาชิกที่ไปลงทุน

ซึ่งในแต่ละเดือน พล.ต.ต.สุทิพย์ จะเป็นผู้นำเงินไปผ่อนชำระหนี้ให้กับสถาบันการเงินให้กับสมาชิกเอง จนกว่าจะปิดยอดหนี้ทั้งหมด แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่เป็นไปตามเงื่อนไขข้อตกลง ไม่มีการผ่อนชำระหนี้ของสมาชิกคืนให้กับสถาบันการเงินแต่อย่างใด สมาชิกยังถูกทวงถามให้ชำระหนี้เช่นเดิม สร้างความเดือดร้อนให้ผู้ร่วมเข้าโครงการ จำนวน 192 คน

พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เปิดเผยว่า ได้รับคำสั่งจากผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ให้ตน พร้อมคณะให้มาตรวจสอบกรณีปัญหาดังกล่าว ข้าราชการตำรวจจังหวัดเลย ที่ร่วมโครงการบริหารหนี้ไม่ได้รับการชดใช้หนี้ให้ทางธนาคารเจ้าหนี้ ตามที่ตกลงในโครงการ ทำให้ตำรวจที่เป็นหนี้อยู่แล้ว ต้องเป็นหนี้ เพิ่ม และทางธนาคารที่ ตำรวจไปกู้เงินมายังได้ทวงให้ชำระหนี้ เพราะไม่มีการส่งเงินงวดตามกำหนด
“วันนี้ ตนจึงเดินทางมาตรวจสอบ หาข้อเท็จจริง ในเรื่องของความเป็นมาของโครงการ การบริหารจากสหกรณ์ รวมไปถึงโครงการรวมหนี้ต่างๆ ของตำรวจจังหวัดเลย ว่ามีความผิดทางอาญาอีกไหม หรือว่าเป็นความผิดเกี่ยวกับเรื่องวินัยของข้าราชการตำรวจในการบริหารจัดการเพียงอย่างเดียว ตอนนี้ คณะกรรมการกำลังตรวจสอบ”พล.ต.ต.ธนาศักดิ์กล่าวและว่า

ไม่น่าจะเกินหนึ่งสัปดาห์หลังจากนี้ น่าจะมีความชัดเจนเรื่องการบริหารจัดการของทางสหกรณ์ฯ และเรื่องความผิดของผู้ที่ดำเนินโครงการนี้ ว่าได้นำเงินไปทำอะไรบ้าง ซึ่งจะได้ดำเนินพิจารณาทางด้านวินัย และอาญาควบคู่กันไป ขณะนี้ตัวเจ้าของโครงการ คือ พล.ต.ต.สุทิพย์ ได้ย้ายไปประจำที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งจะได้รายงานไปยัง ผบ.ตร. เพื่อที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะได้ตั้งกรรมการสอบ หาข้อเท็จจริงอีกครั้งหนึ่ง

รอง.ผบ.ตร.ภ.4 กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น ตนก็ได้แต่ภาวนาอยากให้ผู้ที่เป็นเจ้าของโครงการ นำเงินมาคืน ข้าราชการตำรวจทั้งหมดที่เป็นผู้เสียหาย จะได้ไม่เดือดร้อนกันไปมากกว่านี้ ในส่วนของการสอบสวนข้อเท็จจริง ทางคณะกรรมการก็จะได้ดำเนินการไปตามขั้นตอนระเบียบราชการ

ขอบคุณข่าวที่มีประโยชน์ และติดตามข่าวฉบับเต็มได้ที่ ผู้จัดการออนไลน์

3 weeks ago